เสี่ยโก้ !!ร้อง "ก.ล.ต." เพิกถอนการรับจดทะเบียน "บริษัทโฆษณาชื่อดัง"
"เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์รางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบันร้อง "ก.ล.ต." เพิกถอนการรับจดทะเบียน "บริษัทโฆษณาชื่อดัง" ข้อหาปลอมแปลงเอกสาร
วันนี้ ( 16 ม.ค.69 ) ที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) "เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน เดินหน้าร้องขอความเป็นธรรม นำคณะสื่อมวลชนร้องต่อ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้ตรวจสอบหนังสือบริคณห์สนธิ และเพิกถอนการรับจดทะเบียนนิติบุคคล บริษัทโฆษณาชื่อดัง
โดยโปรโมเตอร์มวยโลกรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน ได้ยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเพิกถอนการจดทะเบียนของบริษัทโฆษณาชื่อดังเนื่องจากมีการปลอมแปลงลายเซ็นต์นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ และภรรยา อันเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมาย ปลอมและนำใช้เอกสารปลอม นำมากล่าวอ้างต่อนายทะเบียนสำนักงานหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร มีใจความว่า "สวัสดีครับ กระผม นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลก เจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมแห่งเอเชียจาก 3 สถาบัน
วันนี้ กระผม ได้มายื่นเรื่องขอตรวจสอบการจดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ของ บริษัทโฆษณาชื่อดังกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่ามีเหตุไม่ชอบมาพากล อันส่อไปในทางทุจริตผิดกฎหมายมากมายหลายฉบับ ของ บริษัทมหาชน แห่งหนึ่ง ที่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้รับจดทะเบียนหลักทรัพย์ไว้เป็นที่สามารถซื้อขายหลักทรัพย์ได้ ทำให้นักลงทุนที่เชื่อมั่นต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในความโปร่งใสจากการรับจดทะเบียนของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเข้าร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก
ความจริงได้ปรากฏว่า บริษัท โฆษาณาแห่งหนึ่งซึ่งจดทะเบียนรับรองเป็น บริษัทมหาชน ได้รับการจดทะเบียนหลักทรัพย์ จาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ สามารถให้ ผู้ลงทุนทั่วไป ซื้อ-ขาย หลักทรัพย์ ของ บริษัท โฆษณานั้นมีการตรวจพบว่า บริษัทโฆษณา ดังกล่าวได้ทำการปลอมแปลงหนังสือบริคณห์สนธิ โดยการปลอมลายมือชื่อ ผู้ถือหุ้น ของ นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ และ ภรรยา เพื่อเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้น ทำให้ ผู้อื่น หรือ บุคคลทั่วไป เข้าใจผิดหลงเชื่อว่า นายก่อเกียรติ และ ภรรยา มิได้เป็นผู้บริหารบริษัท โฆษณาแห่งนี้อีกต่อไปและ ใช้หนังสือบริคณห์สนธิปลอมนี้ ยื่นขอจดทะเบียนหลักทรัพย์ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ ทำให้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หลงเชื่อว่าเป็นหนังสือบริคณห์สนธิจริง จึงรับจดทะเบียนให้เป็น หลักทรัพย์จดทะเบียนที่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถที่จะให้ ผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซื้อขายหลักทรัพย์ ของ บริษัท โฆษณานี้ได้ จนถึงทุกวันนี้
จากการปลอมแปลงหนังสือบริคณห์สนธิ ดังกล่าว บริษัท โฆษณาร่วมกับ เจ้าหน้าที่ รถโดยสารสาธารณะได้ใช้หนังสือบริคณห์สนธิปลอมนี้ ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ใช้อำนาจโดยทุจริต และ ปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เปลี่ยนแปลงแก้ไข เจ้าของสัมปทานเช่าพื้นที่โฆษณา บนรถโดยสารสาธารณะ ของกระผมไปเป็นของ บริษัท โฆษณาแห่งนี้แทน
อีกทั้งยังพบว่า ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ใช้อำนาจโดยทุจริต และ ใช้เอกสารปลอมแปลงลายมือชื่อของ กระผม และ ภรรยา มากกว่า 50 ฉบับ ในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัมปทาน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2548 จนถึงสัญญาสัมปทานปัจจุบันที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2570
จากการกระทำทุจริต และ การปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ปลอมลายมือชื่อ ใช้เอกสารปลอม ใช้อำนาจโดยทุจริต ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ของ เจ้าหน้าที่ รถบริโดยสารสาธารณะร่วมกับบริษัทโฆษณา ทำให้ กระผม นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ ได้รับความเสียหาย จากการสูญเสียการเป็นเจ้าของสัมปทานของรัฐ รวมมากกว่า 5 พันล้านบาท
ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้ กระผม ได้ร้องเรียนไปยัง สำนักงาน ปปท. และ ร้องเรียนไปยัง ฯพณฯท่าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รับทราบแล้ว สำนักงาน ปปท. ได้รับพิจารณาเรื่องร้องเรียนดังกล่าว แล้วได้ทำหนังสือ "ด่วนที่สุด" ให้ สำนักงาน ปปช. ดำเนินการจัดการตามกฎหมาย กับ เจ้าหน้าที่ รถโดยสารสาธารณะและบริษัทโฆษณา
ในวันนี้ กระผม ในฐานะ ผู้เสียหายโดยตรง จากการกระทำ โดยเจตนาทุจริต ของ บริษัทโฆษณาแห่งนี้ทำให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศหลงเชื่อ รับจดทะเบียนหลักทรัพย์ และ เป็นเหตุให้ ผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ และ ประชาชนทั่วไป เกิดความเชื่อถือ ในการซื้อขายหลักทรัพย์ ของ บริษัท โฆษณาแห่งนี้อันเป็นการหลอกลวง ทำให้เกิดความไม่โปร่งใส และ ไม่เป็นธรรม กับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ในวันนี้ กระผม จึงได้มาร้องขอ ให้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณาข้อเท็จจริงของหนังสือบริคณห์สนธิปลอม ของ บริษัทโฆษณาแห่งนี้เพื่อสั่งการให้เพิกถอน การรับจดทะเบียนหลักทรัพย์ ของ บริษัท โฆษณาออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทันที เพื่อความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส และ เป็นธรรม ให้กับ นักลงทุน และ ประชาชนทั่วไป
อีกทั้งเพิ่มการตรวจสอบรายได้ค่าโฆษณาจากภาครัฐที่ให้ปีละกว่าหมื่นล้านบาทกับรายรับของ บริษัทโฆษณาว่ามีความสอดคล้องกันหรือไม่? อย่างไร?
ท้ายนี้ กระผม นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ ขอฝาก สื่อมวลชนทุกแขนงทุกท่าน และ ประชาชนทุกๆท่าน ร่วมเป็นสื่อ ประกาศร้อง ให้ ตลาดหลักทรัพยแห่งประเทศ สำนักงาน ปปท. สำนักงาน ปปช. หน่วยงานภาครัฐ และ หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกัน ปราบปรามการทุจริต และ ลงโทษ เจ้าหน้าที่ รถโดยสารสาธารณะกับบริษัทโฆษณาตามกฎหมายบ้านเมือง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส สุจริต และ เป็นธรรม กับ กระผม และ สังคมไทยโดยรวม ทั้งนี้สื่อมวลชนและประชาชนสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทางออนไลน์ได้ที่ "โปรมวยโลกก่อเกียรติร้องทุกข์" ขอบคุณทุกๆท่าน และหวังว่า สังคมไทย จะได้รับความเป็นธรรมในเร็ววันนี้ ขอบพระคุณมากครับ
ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หลังรับเรื่องก็จะเร่งดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งยังไม่สามารถระบุระยะเวลาในการทำงานส่วนนี้ได้